แมนยูแจ๋ว บุกหลอน หัวหน้าฝูงแมนซิตี้ แซงจิ้งจอกขึ้นที่ 2 ตามเรือ 11 แต้ม

แซงจิ้งจอกขึ้นที่ 2

แมนยูแจ๋ว

แมนยูแจ๋ว

บุกหลอน หัวหน้าฝูงแมนซิตี้ แซงจิ้งจอกขึ้นที่ 2 ตามเรือ 11 แต้ม

แมนยูแจ๋ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดขึ้นนำตั้งแต่ก่อนเวลาก่อนที่จะ ลูค ชอว์ จะโชว์ฟิตซัดฝังให้ “ผีแดง” บุกไปปราบหัวหน้าฝูง แมนฯซิตี้ ถึงที่บ้าน 2-0 หยุดสถิติชนะรวดของเรือใบทุกรายการไว้ที่ 21 ครั้งติดต่อกัน พร้อมยึดรองจ่าฝูงคืนจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มี 54 แต้ม ตามหลังผู้นำฝูงซิตี้เหลือ 11 คะแนน ศึกพรีเมียร์ลีก “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้” เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

“บิ๊กแมตช์” พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. ก่อนหน้านี้ เป็นศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ระหว่างหัวหน้าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังรับการมาเยือนของเพื่อนบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 โดยผลงานปัจจุบันของทั้งสองนั้น “เรือใบสีฟ้า” ไล่กระหน่ำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-1 ส่วนทางฝั่ง “ผีแดง” ทำได้เพียงแค่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 0-0

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พาเรือใบสีฟ้าชนะรวดมา 21 เกมต่อเนื่องกันทุกรายการ เกมนี้แทบจะไม่มีปัญหาสำหรับเพื่อการจัดกองทัพอะไรสามแนวรุกใช้ ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และก็ ราฮีม สเตอร์ลิง โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ กัปตันทีมปั้นเกมร่วมกับ อิลคาย กุนโดกัน

 

ส่วนทางฝั่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บอสใหญ่ของผีแดง เสมอแบบไม่มีสกอร์ 0-0 มา 3 เกมติดทุกรายการ เกมนี้ให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กลับมาสตาร์ทเป็นตัวจริง และก็มี 3 แนวรุกอย่าง แดเนี่ยล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และก็มาร์คัส แรชฟอร์ด ช่วยเหลือเชื่อมเกมรุก

 

เปิดตัวมาได้เพียงแค่ 34 วินาที “ผีแดง” มาได้ลูกที่จุดลูกโทษอย่างเร็ว ข้างหลัง กาเบรียล เชซุส ไปฟาวล์เตะด้านหลังใส่ มาร์กซิยาล ในกรอบ ผู้ตัดสินแอนโธนี่ เทย์เลอร์ ชี้เป็นจุดลูกโทษในทันทีโดยไม่เรียกดูวีเออาร์ ก่อนที่จะ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดติดปลายมือ เอแดร์ซอน เข้าไปใน นาทีที่ 2 ให้ แมนฯยูไนเต็ด บุกมานำเรือใบสีฟ้า 1-0 และก็เป็นประตูที่ 16 ของห้องเครื่องชาวโปรตุกีสในฤดูกาลนี้ ตามหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวซัลโวที่ทำไป 17 ประตูเพียงแค่ลูกเดียวเพียงแค่นั้น

 

เจ้าบ้านยังตั้งตัวไม่ติด นาที 4 เกือบจะเสียเม็ดที่สองให้ผีแดง หลังแนวรับเจ้าถิ่นเสียการครอบครองบอลในกรอบก่อนโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แย่งบอลให้ ลุค ชอว์ อัดด้วยขวาไม่ถึง 6 หลาแม้กระนั้นบอลพุ่งไปตรงตัว เอแดร์ซอน อย่างน่าเสียดาย

 

ลูกทีมของ เป๊ป เริ่มครอบครองบอลได้มากขึ้น นาที 9 เป็นโอกาสยิงหนแรกหลัง มาห์เรซ จ่ายให้ อิลคาย กุนโดกัน ซัดด้วยขวานอกกรอบแต่ว่าบอลยังไปเข้ามือ ดีน เฮนเดอร์สันรับไว้ได้สบาย

 

นาที 16 เดอ บรอยน์ ทำเสียบอลแดนกลางโดน เฟร็ด ตัดไปได้ก่อนแทงขึนหน้าให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตั้งป้อมซัดนอกกรอบด้วยขวาแต่ว่ายังไม่ผ่านมือ เอแดร์ซอน

 

นาที 23 ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้้ยงจักจี้เข้าไปในกรอบก่อนโดนขวางล้มลงไป ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไรให้เล่นต่อ ต่อมาอีกนาที โอเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ วิ่งมาซัดด้วยซ้ายนอกกรอบเต็มข้อ บอลพุ่งเป็นจรวดสุดแรงแต่ว่าก็ยังโดน ดีน เฮนเดอร์สัน ปัดบอลออกไปได้

 

บอลสู้กันกึ่งกลางสนาม แม้กระนั้นเป็นเจ้าถิ่นที่ยังครอบครองบอลได้มากกว่า นาที 38 ได้ช่องอีกรอบจาก อิลคาย กุนโดกัน แม้กระนั้นจังหวะยิงซัดค่อยไปเข้ามือ ดีน เฮนเดอร์สัน รับไว้ได้ไม่มีปัญหา

 

นาที 43 เรือใบสีฟ้ามาได้ลุ้นจากฟรีคิกไม่ถึง 30 หลาหน้ากรอบ ก่อนเควิน เดอ บรอยน์ ปั่นผ่านกำแพงไปติดปลายมือ เฮนเดอร์สัน ออกข้างหลัง

 

ตอนทดเจ็บ นาที 45+1 ซิตี้หวุดหวิดได้ลุ้นตีเสมอ ตอนนี้ ริยาด มาห์เรซ หลุดมาทางขวามือแล้วอัดเปรี้ยงบอลพุ่งเลียด ถึงแม้ว่า กาเบรียล เชซุส จะพุ่งมาสไลด์เข้าชาร์จแม้กระนั้นบอลก็พุ่งถากเสาออกไป

 

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามหลังเพื่อนบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1

 

ครึ่งหลัง เริ่มมาได้แค่นาที 48 เจ้าบ้านเรือใบสีฟ้าหวุดหวิดได้ลูกตีเสมอข้างหลัง กาเบรียล เชซุส ส่งบอลคืนหลังให้ โรดรี้ ปั่นเลยเส้น 18 หลาในกรอบบอลพุ่งไปชนสามเหลี่ยมออกข้างหลังอย่างโชคร้าย

 

เมื่อตีเสมอไม่ได้ อีกสองนาทีต่อมามาเสียเม็ดที่สองให้ “ผีแดง” จากจังหวะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ออกบอลให้ ลุค ชอว์ พาบอลจากครึ่งสนามขึ้นมาเองก่อนทำชิ่งกับ แรชฟอร์ด แล้ววิ่งไปรับบอล ก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเลียดแหวกผู้เล่นเจ้าถิ่นแทงเสาไกลเข้าไปจำพวกที่ เอแดร์ซอน ได้แต่ยืนดูให้ แมนฯยูไนเต็ด บุกมานำห่าง 2-0

 

นาที 59 ลูกทีมของ โซลชา สวนกลับมาอีกครั้งแล้วก็ได้ลุ้นเม็ดที่สามจากจังหวะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลไปไถลหัว ดิอ๊าซ บอลลอยโด่งไปเสาไกลถึง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลพุ่งกระแทกแม้กระนั้นน้ำหนักบอลค่อยไปก่อนเข้ามือนายด่านเรือใบ

 

อีกนาทีถัดมา เจ้าบ้านได้ลุ้นตีไข่แตกข้างหลังบอลตลอดจากลูกเตะมุม ริยาด มาห์เรซ เก็บอลได้ก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

 

นาที 69 แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งนาทีทองที่กำลังจะได้ลูกที่สามนำห่างข้างหลัง แม็คโทมิเน่ย์เสียหลักล้มหน้ากรอบแต่ว่าบอลทะลุไปเข้าทาง มาร์กซิยาล หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน อย่างน่าผิดหวัง

 

นาที 75 แมนฯสิตี้ ชวดได้ประตูตีไข่แตกอีก ข้างหลัง เดอ บรอยน์ จ่ายเลียดมาให้ ฟิล โฟเด้น ผู้เล่นสำรองที่พึ่งจะลงมาซัดด้วยซ้ายหลุดกรอบไปอย่างโชคร้าย

 

นาที 85 เจ้าถิ่นเซ็ตเกมขึ้นมาได้ลุ้นอีกรอบ ครั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ ครอสบอลไม่เห็นหัว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ มาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นกระแทกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง

 

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้คาบ้านให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 นำมาซึ่งการทำให้ “เรือใบสีฟ้า” แพ้ในลีกหนแรกในรอบ 20 เกม แล้วก็หยุดสถิติชนะ 21 ครั้งติดกันทุกรายการพร้อมที่จะจัดส่งให้ “ผีแดง” ยังไม่มีแพ้นอกบ้าน พร้อมยึดรองจ่าฝูงคืนจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มี 54 แต้มตามหลังหัวหน้าฝูงเรือใบที่มี 65 แต้ม เหลือ 11 คะแนน

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ชูเอา กานเซโล่ (ไคล์ วอล์คเกอร์ น.65), จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้,อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส (ฟิล โฟเด้น น.70), ราฮีม สเตอร์ลิง

กุนซือ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

 

แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – แดเนี่ยล เจมส์,บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ น.90+3), มาร์คัส แรชฟอร์ด (เมสัน กรีนวู้ด น.73) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (เนมานย่า มาติช น.88)

กุนซือ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

 

ติดตามข่าวได้ที่ : เว็บไซต์พนันบอลออนไลน์

ติดต่อเรา : @UFAX891